เราจะอยู่กันตรงนี้ We will live here








เราขับรถตระเวนเลาะขอบความฝันที่ทรายและผืนน้ำบรรจบกันใต้ฟ้ากว้าง ถ้าไม่เจอที่ผืนใดที่เป็นไปได้โลกคงหมุนอยู่เอื่อยๆเหมือนเดิม ความฝันคงสวยงามและไม่เหน็ดเหนื่อยเท่าใด


วนผ่านความท้อแท้ด้วยรอยยิ้มแห้งๆว่าพรุ่งนี้ยังมีอยู่หลายวัน เลาะหาดโน้นหลงหาดนี้ แวะถามชาวบ้านในสวนยางและหมู่บ้านชาวประมงก็ไม่มีที่ผืนใดให้จับจอง จนพรุ่งนี้ใกล้เข้ามา ตัดสินใจแวะดูที่สุดท้าย พิสูจน์ความเป็นไปหากยังได้ไปต่อ จึงเข้าใจว่าสุดท้ายหมายถึงปลายทาง


ใช่ และก็หมายถึงจุดเริ่มต้นเช่นกัน ต่อจากนี้ไปจะเหน็ดเหนื่อยและสวยงาม


เรายืนมองดูเส้นโค้งของรุ้งงามที่จรดลงยังผืนทะเลเบื้องหน้า

“เราจะอยู่กันตรงนี้” เสียงนี้ดังขึ้นในใจ เหมือนกับหลายๆครั้งที่เคยได้ยิน ไม่ต้องมีเหตุผลใดๆ ไม่ต้องไปที่อื่น ใช่ ไม่ใช่พอ นึกขอบคุณโอกาสที่จะได้เผชิญสิ่งที่ต่างไปจากเดิม ว่าแล้วก็กระโดดลงน้ำด้านหน้า ปล่อยให้ร่างกายได้สัมผัสกับคลื่นที่ไหลผ่านยกตัวเราให้เบากว่าที่เป็น เงยหน้ามองฟ้าที่กว้างใหญ่เมื่อได้แหงนมอง เห็นวัดที่สุดขอบหาดฝั่งหนึ่งกับโบสถ์สีขาวทั้งหลังที่ยังสร้างไม่เสร็จ เห็นต้นมะพร้าว ต้นหลงเปา ต้นสนยืนผสมผสานท้าลมฝนกันอย่างสบายใจ เห็นบ้านไม่กี่หลังตลอดแนวหาด นึกขึ้นในใจ อะไรผ่าน อะไรพบ อะไรกัน และปล่อยให้ความสัมพันธ์ได้ก่อตัว


เราใช้เวลาอยู่กันตรงนั้นตลอดช่วงบ่ายจนพลบค่ำ ดื่มด่ำประสบการณ์ใหม่ที่ใจได้ต่อรองระหว่างวันข้างหน้าที่ได้มากับเสียไป เปรียบเทียบความคิดเห็นข้างใน และตัดสินใจว่าเราจะอยู่กันตรงนี้


#ภาพเพียง