มองทาง Looking








เช้าแล้ววันใหม่บนรถไฟขบวนเก่าที่คุ้นเคย เราค่อยๆลุกออกจากที่นั่ง เขย่งก้าวเท้าออกเดินบนพื้นที่สั่นคลอนๆ แบกร่างที่ตึงและเกร็งจากที่นั่งไม้แข็งๆแต่คลาสสิค จำไม่ได้ว่าหลับไปกี่ชั่วโมง ลมยังแรงเหมือนเดิม มองเห็นคนอื่นๆที่เดินทางพร้อมกันนั่งเหม่อมองดูทิวทัศน์ข้างทางผ่านบานหน้าต่างที่สนิมกำลังขยายร่างอย่างเมามันของเช้าวันนั้นที่ดึงความทรงจำมากมายกลับสู่ห้วงความคิดตรึกตรอง


ไม่รู้ว่าเป็นมนต์สะกดของรถไฟหรืออาการสร่างจากตื่นนอนทำให้รู้สึกว่าโลกตรงนั้นมันสงบดี ไม่มีทีวีจอยักษ์แสงสีฉูดฉาดและเสียงโหวกเหวกโวยวายที่ไร้ความจำเป็นมาเชิญชวนกึ่งบีบบังคับความสนใจ เลยได้เห็นความหลากหลายของผู้คนที่นั่งปะปนกันอยู่ บ้างก็เพลินกับความคิดส่วนตัวอย่างเงียบๆ บ้างก็ดูอ่อนล้าอึดอัดกับการเดินทางอันยาวนาน บ้างก็พูดคุยปรึกษากันจนลืมเวลา เห็นพ่อแม่ที่ช่วยกันดูแลลูกน้อยที่อยากจะวิ่งได้เร็วกว่าโลกข้างทางที่ค่อยๆเคลื่อนผ่าน เห็นพ่อค้าแม่ค้าบนพื้นที่ทำมาหากินของเขา เห็นกลุ่มวัยรุ่นที่อยากออกไปเผชิญโลกกว้างและค้นหาตัวตนกับเพื่อนรู้ใจ เห็นภาพเรื่องราวนิ่งๆผ่านการเคลื่อนไหวของวิวข้างทาง


เราเดินออกมาจากภาพตรงนั้นสู่ภาพริมประตูทางขึ้นลงรถไฟที่คุ้นเคย ลดตัวลงนั่งแล้วมองออกไปให้ไกลสุดไกล เห็นท้องฟ้า เห็นขุนเขา เห็นต้นไม้ เห็นผืนดิน และราวบันได เหมือนมองดูภาพวาดที่เปลี่ยนผ่านไปไม่รู้จบ เป็นที่นั่งที่ชอบที่สุด พอเมื่อยก็ลงไปยืนเกาะราวบนไดโหนตัวออกไปมองความยาวของรถไฟและริมทาง เวลาใดที่รถไฟจอดก็โดดลงไปยืดเส้นยืดสาย ก่อนจะโดดกลับขึ้นมาเมื่อรถไฟเริ่มออกตัว


ประตูอีกฝั่งถูกจับจองด้วยวัยรุ่นกลุ่มนั้นที่กำลังเมามันกับการเดินทาง คนหนึ่งยืนบนบันไดขั้นล่างสุดหลังพิงราวบันไดและมองไปข้างหน้า อีกคนนั่งถัดขึ้นมากำลังซืดบุหรี่ให้ทะลุเข้าถึงหัวใจ สองคนต่อมาพยายามใช้ไฟแชคงัดเปิดฝาขวดเบียร์เพิ่มเติมรสชาติของชีวิต และอีกสองสามคนเวียนกันมาทักทายพูดคุยเฮฮา บางทีก็มาพร้อมกีตาร์ที่เล่นยังไงก็ดังเท่าเสียงรถไฟไม่ได้


“พี่ พวกผมเสียงดังหน่อย โทษทีน่ะครับ” คนนึงตะโกนทักทายมา

“เฮ้ย ไม่เป็นไรหรอก” เราตอบกลับไป นึกในใจพวกมึงจะคุยกันรู้เรื่องเหรอว่ะตรงนี้

“พวกผมชอบเที่ยวพี่ เรียนจบแล้วไม่รู้จะได้ทำอะไรกันอย่างนี้อีกเปล่า” เขาพูดต่อ

เราพะยักหน้าและไม่ได้ตอบอะไรกลับไป

“เดี๋ยวผมเล่นกีตาร์ให้ฟังเพลงนึงพี่” ไอ้น้องนั่นยังพูดต่อ

“เออ มึงเล่นไปเหอะ กูไม่ได้ยินมึงหรอก แต่กูเข้าใจ” เรายิ้มและตอบกลับไปพร้อมความทรงจำมากมายที่ย้อนกลับมา


เราหันกลับมาเห็นภาพท้องฟ้าซีกใหม่ กับขุนเขาที่เปลี่ยนสี ต้นไม้มากมายได้ย้ายที่ในกรอบภาพใบเดิมที่มีราวบันไดอยู่ข้างๆ ปล่อยใจให้อดีตได้ลอยกลับมาพร้อมความคิดถึงและเปรียบเทียบกับปัจจุบันจนเห็นรอยทางที่ก้าวมา ได้ไตร่ตรองมองไปข้างหน้าว่าพรุ่งนี้ยังมี นึกในใจถ้าไอ้น้องนั่นจะแบ่งเบียร์มาให้ซักขวดก็คงดี


#ภาพเพียง