บ้าน Home








อีกไม่ถึงเดือนก็ได้เวลาต้องจากกัน เรายืนมองบ้านหลังน้อยที่หิมะปกคลุมขาวโพลน เห็นเงาและแสงตัดผ่านกันเป็นเส้นสลับกับความทรงจำที่หล่อหลอมให้ตัวตนสมบูรณ์ขึ้น มีความฝันและความเข้าใจมากมายเกิดขึ้นที่นี่


แสงที่ตัดผ่านประตูดึงภาพภายในมาเก็บไว้อีกครั้งก่อนที่เวลาจะเปลี่ยนแปลงมันไป ด้านซ้ายคือห้องนั่งเล่นสี่เหลี่ยมเปิดโล่งที่มีโซฟาผ้าใบนุ่มๆตัวใหญ่ตั้งขวางอยู่ มีพรมผืนใหญ่ที่ได้จากตลาดนัดในตัวเมืองปูตรงกลาง พัดลมโคมไฟเพดานยังหมุนอยู่ช้าๆ มีโซฟาสีเขียวกำมะหยี่ให้นั่งโยกเล่นอยู่ที่มุมห้อง ข้างๆมีชั้นลิ้นชักสีฟ้าครามตัวเล็กตั้งอยู่หน้าบานหน้าต่างที่มองออกไปยังสนามหญ้าได้ ผนังบ้านเต็มไปด้วยภาพถ่าย ภาพวาด และงานศิลปะที่รวบรวมโลกใบน้อยของเราไว้ รอบๆห้องคืออากาศบริสุทธิ์ที่เก็บไออุ่นและไอเย็นจากผืนฟ้าและภูเขาสูงที่สะท้อนแสงอาทิตย์และหมู่ดาวตลอดวันคืน


ด้านขวาคือห้องครัวที่เปิดประตูชีวิตให้รู้จักความเพลิดเพลินในการทดลอง ผสม ปรุง แต่ง ลิ้มรสจากฝีมือตัวเอง เป็นการลองผิดถูกที่คอยเฉลยทางไปต่ออันสมบูรณ์ เป็นกุญแจไขคุณค่าของการแบ่งปันเวลาและการรอคอย มีชั้นเก็บของรอบห้องไว้คอยจัดระเบียบนิสัยและสิ่งรอบตัว


ถัดเข้าไปเป็นห้องน้ำและห้องนอนที่มองเห็นสนามหญ้าหลังบ้านที่ไม่มีสิ่งก่อสร้างใดๆนอกจากต้นไม้ใหญ่และพระอาทิตย์ตกดิน ใกล้ๆกอต้นกระบองเพชร มีเปลผืนใหญ่สำหรับสองคนไว้นอนแหงนมองใบไม้และท้องฟ้าสัมผัสลมหายใจเดินทางเข้าออกไปตามจังหวะธรรมชาติ


หันมองกลับมาที่ประตูหน้าบ้านอีกครั้ง เห็นเพื่อนฝูงและมิตรภาพที่แวะเวียนกันมาแบ่งปันช่วงเวลาที่สนุกและสดใส จากต่างถิ่นต่างแดนต่างเดินทางมารู้จักและแลกเปลี่ยนเรื่องราวชีวิตและความฝันกันที่นี่


จนหิมะเริ่มหลอมละลาย แสงจร้าได้ฉายกระทบใบไม้ที่ผลิบาน นกน้อยบินร้องขับขาน เปลี่ยนความเย็นของวันวาน ผลัดฤดูกาลหมุนไป


เราสูดหายใจเข้าลึกๆและจับมือกันเดินกลับเข้าไปในบ้าน


#ภาพเพียง