พบรัก Found love








ตอนนั้นเรากำลังเพลินกับการเดินเล่นเรียบแม่น้ำแหงนมองดูต้นไม้ใหญ่ที่ใบกำลังเปลี่ยนเป็นสีเหลืองของฤดูใบไม้ร่วงที่หลงไหล แสงอาทิตย์จร้าส่องกระทบเปลี่ยนใบหญ้าเป็นประกายทอง นึกในใจถ้าเจอใครซักคนก็คงดี


สิ่งที่ดึงดูดใจเราไม่ใช่ตึกใหญ่หรือความทันสมัยที่ก้าวหน้า แต่เป็นต้นไม้ใบหญ้าที่มีชีวิตชีวาและยั่งยืน ทางข้างหน้าที่เราเดินเล่นอยู่ มันคดโค้งแต่ไม่น่ากลัว มีทางแยกบ้างเปิดเส้นทางใหม่ๆให้ก้าวไป มีงงบ้างแต่พอมองข้ามไปข้างๆก็เจอแม่น้ำใหญ่ ไม่แน่ใจก็ย้อนกลับทางเดิมได้ รถที่จอดทิ้งไว้ริมถนนก็อยู่ไม่ได้ไกล ยิ่งเดินห่างไปเสียงรถราก็เบาลง เหลือเพียงเสียงเดินเท้าและลมหายใจของตัวเอง


เรามาหยุดอยู่ที่สามแยกนะจุดหนึ่ง ไม่นับทางมาก็เหลือสองทางไปให้เลือกเดิน จะซ้ายหรือขวาผืนด้านหน้าก็เป็นดิน แหงนมองไปก็เจอต้นไม้ใหญ่ที่แสงส่องทะลุผ่านหมู่ใบสวยงาม สิ่งที่ลอยขึ้นมาในใจคือความว่างเปล่า ไม่มีความคิดว่าจะต้องเลือก ทางมันหายไป เรายิ้มคนเดียวในใจที่ไม่มีใครมองเห็น แล้วจู่ๆก็มีผีเสื้อตัวหนึ่งบินเข้ามาในสายตา เท้าเราก็ก้าวตามไปทางนั้นทันใด มันอาจจะเป็นความปรารถนาหรือแรงดึงดูดที่นำเราไป ซึ่งจนถึงทุกวันนี้ก็ยังตอบคำถามนี้ให้กับชีวิตตัวเองได้ไม่ชัดเจน


ข้างหน้าเป็นทางเดินดินโค้งๆมีพุ่มหญ้าและดอกไม้ตามรายทาง ไม่มีทางแยกอีกต่อไป เราค่อยๆเดินมองตามผีเสื้อตัวนั้นไปเรื่อยๆจนมันบินหายไป นึกขึ้นในใจทางแยกที่ได้ผ่านมาอาจพาเรามาสู่ที่เดียวกัน


แล้วภาพที่เห็นก็ปรากฏขึ้น เป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตให้ดำเนินไป ความรักอาจจะมีความหมายหลายแบบ แต่สำหรับเราคือความโชคดี เป็นความโชคดีของชีวิตหนึ่งที่ได้พบ ความรักถูกส่งต่อและสัมผัสซึ่งกันและกันได้ด้วยหัวใจ ไม่มีสัญญาของการผูกมัด ไม่มีความหวังที่เป็นจริงไม่ได้ ตั้งแต่ความรักของพ่อแม่จนถึงความรักใดๆที่เราส่งต่อให้กันได้จนถึงจุดสุดท้าย มันอาจเป็นความง่ายอย่างหนึ่งที่เราทุกคนสัมผัสได้ แล้วมันก็จะร่วงโรยเหมือนใบไม้สีเหลืองของฤดูใบไม้ร่วง รอผ่านหนาวแค่ไม่กี่อึดใจ ใบใหม่ก็ผลิขึ้นตามกาลเวลา


#ภาพเพียง