ทะเลทราย Desert








น่าจะราวๆเก้าโมงเช้าของวันใหม่ของการเดินกลับไปยังจุดเริ่มต้นของค่ำคืนมหัศจรรย์ที่แสงจันทร์ได้เปลี่ยนผืนทรายสีขาวอันกว้างใหญ่ให้กลายเป็นสีเงินประกาย เนินทรายที่ลาดเอียงเคี้ยวคดต่างสะท้อนแสงระยิบระยับสลับเปลี่ยนเงาของความมืดผลัดกันไปตามวงจันทร์ ความเงียบเย็นของหุบเขาทะเลทรายอันกว้างใหญ่มันคมลึกและสะท้อนไปมาเหมือนเวลาที่โลหะกระทบกัน ถ้าปีนขึ้นไปบนเนินสูงก็จะมองเห็นได้ไกลสุดลูกหูลูกตา ไม่รู้ต้องเดินซักกี่วันกว่าจะข้ามจากสุดฝากหนึ่งไปอีกฝากหนึ่งได้ มีเพียงเม็ดทรายและท้องฟ้าไว้แหงนมอง ไม่มีเสียงของใบไม้เมื่อไร้ต้นไม้ ไม่มีเสียงของน้ำไหลเมื่อไร้น้ำ แต่ลมที่ไร้ตัวตนยังคงพัดเอื่อยๆอยู่อย่างนั้น


ทุกๆก้าวที่ย่างกลับ ทุกๆเนินที่ข้ามไป ความคุ้นชินและความสบายแบบเดิมๆก็ยิ่งใกล้เข้ามา แต่สัมผัสของเมื่อคืนยังค้างอยู่ไม่จาง ไม่มีความคิดที่ต้องคิด ไม่มีความอยากที่ต้องอยาก รอยเท้ามากมายที่เราย่ำ ไม่นานก็หายไป


“แคว้ก” ทันใดเสียงนกใหญ่ก็ฉุดทุกสิ่งทุกอย่างให้เราแหงนมอง เห็นเพียงฟ้าผืนใหญ่กับนกที่กระพือปีกบินผ่านไป เราอยู่ใกล้กันท่ามกลางผืนทรายและไอเมฆ เราต่างเดินทางตามเส้นทางของตน และค่อยๆจางหายไปจากผืนทรายอันกว้างใหญ่ ไม่มีรอยเท้า ไม่มีพยาน ไม่มีสัญญา


เราหยุดเดินและค่อยๆหมุนมองไปรอบตัว ช้าๆ เห็นทางมา เห็นทางไป ทะเลทรายได้แปลความหมายใหม่อีกครั้ง ระยะห่างอันแสนไกล โลกทั้งใบไม่วุ่นวาย และยังคงหมายความอย่างนั้น อย่างที่เป็น


#ภาพเพียง